Thailand Dive Expo 2024 (TDEX) | 16-19 May 2024 • Queen Sirikit National Convention Center (QSNCC)
Thailand Dive Expo (TDEX)
การดำน้ำหลังการได้รับวัคซีนโควิด และภายหลังการติดเชื้อโควิด

 

กองเวชศาสตร์ใต้น้ำและการบิน
กรมแพทย์ทหารเรือ
ฉบับปรับปรุงวันที่ 15 มิถุนายน 2564

การติดเชื้อไวรัสโคโรนาก่อนโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการดำน้ำสคูบาไม่แตกต่างไปจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประเภทอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกเดือนเมษายน 64 ในประเทศที่ผ่านมา ลักษณะของกิจกรรมดำน้ำ การที่ต้องอยู่ใกล้ชิด และรวมเป็นกลุ่มก้อน มีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ หากสัมผัสกับผู้ติดเชื้อไม่ว่าจะมีอาการหรือไม่มีอาการ ดังตัวอย่างที่พบเหตุการณ์ในเรือลีฟอบอร์ด (liveaboard) เนื่องด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อมีจำนวนมากขึ้นอย่างมากในประเทศทำให้มีโอกาสที่นักดำจะได้รับเชื้อแต่ไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยและไม่ได้เข้ารับการตรวจวินิจฉัย อย่างไรก็ตามแม้มีอาการเพียงเล็กน้อย หรือกระทั่งไม่มีอาการ ปอดและหัวใจของนักดำซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญและเปราะบางต่อการชี้ชัดถึงสมรรถนะสุขภาพในการดำน้ำ อาจได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อ และเป็นอันตรายในการดำน้ำ นักดำเหล่านี้จึงควรอย่างน้อยประเมินตนเอง เช่นประวัติเจ็บป่วยหรือพบหลักฐานการติดเชื้อโควิด-19 หรือมีประวัติมีอาการเข้าได้กับการติดเชื้อ หรือประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยต้องสงสัยแต่ไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัย หรือมีอาการเปลี้ยเพลียไม่สามารถออกแรงได้เป็นปกติ เป็นต้น นักดำกลุ่มเหล่านี้ควรได้รับการประเมินจากแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ ซึ่งอาจจำเป็นต้องมีการตรวจเพิ่มเติมเช่นภาพรังสีทรวงอก การทดสอบการออกกำลัง เป็นต้น

นอกเหนือจากการปฏิบัติตามวิถีชีวิตใหม่ หรือนิวนอร์มัลแล้ว วัคซีนโควิดเป็นอีกหนึ่งความหวังของนักดำน้ำในการที่จะทำให้อุตสาหกรรมการดำน้ำกลับมาใกล้เคียงสภาพปกติ อย่างน้อยก็อาจทำให้นักดำน้ำสามารถกลับไปดำน้ำได้ใกล้เคียงไลฟ์สไตล์เดิมของนักดำ แต่เนื่องจากอาจพบมีผลข้างเคียงของวัคซีน และอาจทำให้เกิดความสับสนกับการป่วยเป็นโรคเหตุลดความดันอากาศ วัคซีนในปัจจุบันหลักๆประกอบไปด้วย วัคซีนเชื้อตายหรือใช้โปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อ (Inactivated and Protein Subunit) วัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะ (Viral Vector) และวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) สำหรับในประเทศไทย ปัจจุบัน ได้แก่วัคซีนโคโรนาแว็ก (Coronavac) ของบริษัทซิโนแว็ค (Sinovac) ซึ่งเป็นวัคซีนเชื้อตาย และวัคซีนโควิด-19 ChAdOx1 ของบริษัทแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ซึ่งเป็นวัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะ โดยวัคซีนทั้งสองอาจพบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีน (adverse event following immunization; AEFI) ซึ่งอาจเกิดจากวัคซีน (adverse event) หรือไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (1) ให้คำแนะนำสำหรับเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีนไว้ว่า พบการแพ้รุนแรง หรือ แอนาฟ์แล็กซิส 5 รายต่อ 1 ล้านโดส และอาการชาหรืออ่อนแรงจากภาวะความวิตกกังวลในระหว่างการได้รับวัคซีน หรือที่เรียกว่า Immunization stress related reaction (ISRR) 43 รายต่อล้านโดส สำหรับการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอดยังไม่พบรายงานในประเทศที่เชื่อได้ว่าเกิดจากวัคซีน และอุบัติการณ์ของต่างประเทศพบเพียง 2.5 รายต่อประชากร 1 ล้านคนที่ได้รับวัคซีน (2)

อาการข้างเคียงหรือผลข้างเคียง (1) หรืออาการที่คาดเดาได้ว่าอาจจะเกิดขึ้น เช่น ปวด บวม ร้อนบริเวณที่ฉีด และอาการตามระบบ อื่น ๆ เช่น ไข้ คร่ันเนื้อครั่นตัว ปวดเมื่อย ใจสั่น หมดแรง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน มึนงง และเวียนศีรษะ โดย อาการเหล่านี้ จะเกิดเพียง 1–2 วันหลังได้รับวัคซีน มักเป็นไม่รุนแรง แต่บางรายอาจจะมีอาการมาก เช่น ไข้สูงและ/ หรือหนาวส่ัน จนต้องพักหรือไม่สามารถปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจําวันได้ ต้องกินยาแก้ปวดลดไข้ นอนพัก หรืออาจต้องไปพบแพทย์ อาการชาหรืออ่อนแรงที่เป็นปฏิกิริยาของร่างการตอบสนองต่อการฉีดวัคซีน (Immunization stress related reaction: ISRR) เป็นอาการทางกายที่เกิดขึ้นจริง ที่ตอบสนองต่อภาวะความเครียดในการได้รับการฉีดวัคซีนร่วมกับอาการ ข้างเคียงที่เกิดตามปกติหลังได้รับวัคซีน อาการมีได้หลากหลาย เช่น เป็นลม ปวดเกร็งท้อง คลื่นไส้ ตามัว ความดันเลือดสูง หัวใจเต้นเร็ว ไปจนถึง อาการทางระบบประสาท เช่น อาการอ่อนแรง ชา การเคลื่อนไหวของร่างกายผิดปกติ ความผิดปกติของการทรงตัว พูดไม่ชัด อาการคล้ายภาวะหลอดเลือดสมอง หรือ ชัก โดยส่วนใหญ่อาการมักเกิดขึ้นเร็วภายในไม่กี่นาทีหลังการฉีดวัคซีน แต่อาจมีบางรายเกิดช้าเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน ภายหลังการได้รับวัคซีน มักจะเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และพบมากในผู้ที่อายุน้อย นอกจากนี้อาการทางระบบประสาทอื่นที่เกิดภายหลังช้ากว่า ตั้งแต่ 24 ชั่วโมงจนถึง 30 วัน อาจมีอาการที่เข้าได้กับอาการของโรคหลอดเลือดสมอง หรือมีอาการปวดศีรษะรุนแรง ชัก หรืออาการที่มีลิ่มเลื่อดอุดตัน เช่น จ้ำเลือดผิดปกติ หรืออาการเจ็บหน้าอก อาจให้สงสัยเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากวัคซีนจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันและเกล็ดเลือดต่ำหลังฉีดวัคซีนโควิด หรือ VITT ด้วยเช่นกัน ซึ่งจำเป็นพบแพทย์เพื่อประเมิน

ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอสำหรับการศึกษาของผลกระทบจากการดำน้ำต่อความรุนแรงของเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ อันเกิดจากผลของการอยู่ในน้ำ (immersion) ความดันที่เปลี่ยนแปลง และระดับออกซิเจนที่เปลี่ยนแปลง ตลอดจนผลของการสร้างภูมิคุ้มกันในการได้รับวัคซีน ที่อาจก่อให้เกิดอาการที่อาจสับสนกับโรคที่เกิดจากการดำน้ำ หากวัคซีนดังกล่าวถือว่าเป็นเภสัชภัณฑ์ใหม่ ได้รับการอนุมัติในการขึ้นทะเบียนวัคซีนเพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาติดตามเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์อย่างใกล้ชิด

คำแนะนำในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้วยหลักฐานการศึกษา และอาจต้องปรับเปลี่ยนตามหลักฐานการศึกษาที่เพิ่มขึ้น หากแต่พอจะพิจารณาปรับแต่งจากแนวทางของต่างประเทศ (3) และตามข้อพิจารณาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเบื้องต้นได้ดังนี้

1. นักดำควรได้รับวัคซีนโควิด-19 เพื่อป้องกันการติดเชื้่อไวรัสก่อโรค ให้เร็วและเป็นหมู่ให้มากที่สุดเมื่อวัคซีนมีพร้อมตามแผนของประเทศ และการได้รับวัคซีนไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้อย่างสมบูรณ์ ยังจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการดำเนินการตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค DMHTT ได้แก่ Distancing-Mask Wearing-Hand Washing-Testing-Thai Chana

2. นักดำควรติดตามอาการข้างเคียง หรือเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีน และพิจารณาปรึกษาแพทย์หากมีอาการรุนแรง หรือต่อเนื่องนานกว่า 48 ชั่วโมง

3. นักดำที่มีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่มีอาการทางระบบประสาท รวมถึง อาการชาหรืออ่อนแรงที่เป็นปฏิกิริยาของร่างการตอบสนองต้อการฉีดวัคซีน (Immunization stress related reaction: ISRR) ต้องรอให้อาการดังกล่าวหายสนิทเป็นปกติ อย่างน้อยไม่น้อยกว่า 4 สัปดาห์

4. นักดำที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวและแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำก่อนดำน้ำภายหลังได้รับวัคซีนโควิด หรือมีประวัติการเจ็บป่วย หรือสงสัยว่าเจ็บป่วยจากโควิด-19

5. นักดำที่ไม่มีความเสี่ยงควรพิจารณางดดำอย่างน้อย 7 วันภายหลังการได้รับวัคซีนในแต่ละโดสก่อนทำกิจกรรมดำน้ำ และในกรณีมีความเสี่ยงอาจพิจารณานานเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 14 วัน เช่น มีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ทางระบบประสาทเกิด หรือมีอาการข้างเคียงหรือเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานกว่า 48 ชั่วโมง หรือมีปัจจัยเสี่ยงและหรืออาการทางคลินิกที่แพทย์ผู้ดูแลรักษาอยู่เห็นควร หรือวางแผนการดำที่ต้องการหยุดพักลดความกด เช่นการดำทางเทคนิค เป็นต้น

6. นักดำควรงดการดำน้ำเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนได้รับวัคซีนในแต่ละโดสเพื่อลดปัญหาความสับสนของอาการที่อาจเกิดจากการดำน้ำ

7. ในกรณีที่มีอาการที่อาจเกี่ยวข้องกับการดำน้ำแม้จะดำในระดับความเสี่ยงต่ำ โดยเฉพาะอาการทางระบบประสาท ให้ปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ

เอกสารอ้างอิง
1. คณะผู้เชี่ยวชาญเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังการได้รับวัคซีน และกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีนโควิด 19 [อินเทอร์เน็ต]. 30 พฤษภาคม 2564 [เข้าถึงเมื่อ 14 มิ.ย. 2564]. เข้าถึงได้จาก: ข้อมูลนี้

2. กรมควบคุมโรค และคณะผู้เชี่ยวชาญเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังการได้รับวัคซีน. ภาวะการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในปอดกับวัคซีนโควิด 19 [อินเทอร์เน็ต]. 31 พฤษภาคม 2564. [เข้าถึงเมื่อ 14 มิ.ย. 2564]. เข้าถึงได้จาก: ข้อมูลนี้

3. Société Belge de Médecine Hyperbare et Subaquatique asbl Belgische Vereniging voor Overdruk- en Onderwater Geneeskunde vzw. Position of the Belgian Society for Diving and Hyperbaric Medicine on Diving and COVID-19 Vaccination [Internet]. 2021 [cited 2021 June 14]. Available from: This Information

Organized byThailand Dive Expo (TDEX)
SupportersThailand Dive Expo (TDEX)
Thailand Dive Expo (TDEX)
Thailand Dive Expo (TDEX)
Thailand Dive Expo (TDEX)
Thailand Dive Expo (TDEX)
Thailand Dive Expo (TDEX)
Thailand Dive Expo (TDEX)
e-Commerce PartnerThailand Dive Expo (TDEX)
Official Diving Safety PartnerThailand Dive Expo (TDEX)
Media PartnersThailand Dive Expo (TDEX)
Thailand Dive Expo (TDEX)
International PartnerThailand Dive Expo (TDEX)

Thailand Dive Expo 2023 (TDEX)

16-19 May 2024 | Queen Sirikit National Convention Center (QSNCC)